50 สูตรท็อปปิ้งไอศกรีม


คะแนนโหวต: 18

เชฟหลายท่านได้เสนอวิธีการมากมายที่จะทำให้ไอศกรีมอร่อยยิ่งขึ้น


วิธีทำ - 50 สูตรท็อปปิ้งไอศกรีม

1. ซอสคาราเมลช็อกโกแลตร้อนใส่เกลือ

1. ซอสคาราเมลช็อกโกแลตร้อนใส่เกลือ ในหม้อขนาดกลาง ตั้งไฟปานกลาง ผสมครีมหนัก 3/4 ถ้วยตวง น้ำตาล และเนย 4 ช้อนโต๊ะ คนจนน้ำตาลละลาย ใส่ช็อกโกแลตชิปดำ 3/4 ถ้วยตวง คนจนเนียน ยกลงจากเตา ใส่เกล็ดเกลือ 1 1/2 ช้อนชา และสารสกัดวานิลลา 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน โรยเกลือเพิ่มได้ตามต้องการ

2. ซอสช็อกโกแลตราดราสเบอร์รี่ ทำซอสช็อกโกแลตคาราเมล (หมายเลข 1) โดยไม่ต้องใส่เกลือ จากนั้นคนให้เข้ากันกับแยมราสเบอร์รี่ 2 ช้อนโต๊ะ และสารสกัดราสเบอร์รี่ 1 ช้อนชา

3. ซอสคาราเมลช็อกโกแลตร้อนแบบคลาสสิก ในหม้อตั้งไฟปานกลาง ผสมครีมหนัก 1 ถ้วยตวง น้ำตาล 1 ถ้วยตวง และเนย 4 ช้อนโต๊ะ คนจนน้ำตาลละลาย ใส่ผงโกโก้ 1/2 ถ้วยตวง และช็อกโกแลตชิปดำ 1/4 ถ้วยตวง คนจนเนียน ใส่กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา และเกลือเล็กน้อย คนให้เข้ากัน

4. ซอสช็อกโกแลตใส่ส้ม ทำซอสช็อกโกแลตคาราเมลแบบคลาสสิก (หมายเลข 3) โดยใส่สารสกัดส้ม 1 ช้อนชา และเปลือกส้มขูด 1 ช้อนชา พร้อมกับวานิลลาลงไปคนให้เข้ากัน

5. ซอสช็อกโกแลตคาราเมลผสมน้ำมันมะกอก ผสมดาร์กช็อกโกแลตสับ 110 กรัม น้ำมันมะกอก 1/4 ถ้วย ครีมข้น 1/4 ถ้วย น้ำเชื่อมข้าวโพดชนิดใส 2 ช้อนโต๊ะ และเกลือเล็กน้อยลงในชามทนความร้อนที่วางอยู่บนหม้อที่มีน้ำเดือดปานกลาง คนไปเรื่อยๆ ประมาณ 2 นาทีจนเนียน

6. เคลือบช็อกโกแลต ผสมช็อกโกแลตชิป 2 1/2 ถ้วยตวง และน้ำมันมะพร้าว 1/4 ถ้วยตวง ในชามทนความร้อนที่วางอยู่บนหม้อที่มีน้ำเดือดปานกลาง คนไปเรื่อยๆ จนกว่าช็อกโกแลตจะละลาย ประมาณ 4-5 นาที พักให้เย็นลงเล็กน้อยเพื่อให้ข้นขึ้น

7. เคลือบด้วยไวท์ช็อกโกแลต ทำครีมแต่งหน้าเค้ก (ขั้นตอนที่ 6) โดยใช้ไวท์ช็อกโกแลตสับ 230 กรัม แทนช็อกโกแลตแบบเม็ด และใช้น้ำมันมะพร้าวเพียง 3 ช้อนโต๊ะ เมื่อช็อกโกแลตละลายแล้ว ให้คนผสมวานิลลา 1/2 ช้อนชา และสารสกัดเนย 1/8 ช้อนชา จากนั้นใส่เกล็ดน้ำตาลหลากสีบด 1 ช้อนโต๊ะ

8. เคลือบด้วยเนยถั่วลิสง

8. เคลือบด้วยเนยถั่วลิสง ทำน้ำตาลเคลือบ (ข้อ 6) โดยใช้เนยถั่วลิสง 1 ถ้วยตวง และช็อกโกแลตชิปเนยถั่วลิสง 1 ถ้วยตวง และใช้น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะแทนช็อกโกแลตชิป

9. ขนมเพรทเซลกรอบรสเนยถั่วลิสง

9. ขนมเพรทเซลกรอบรสเนยถั่วลิสง ในหม้อขนาดกลาง ตั้งไฟปานกลาง ผสมน้ำตาล 1 1/2 ถ้วยตวง น้ำ 1/3 ถ้วยตวง น้ำเชื่อมข้าวโพดชนิดใส 1/4 ถ้วยตวง และเนย 6 ช้อนโต๊ะ คนเป็นครั้งคราว จนกระทั่งอุณหภูมิถึง 150 องศาเซลเซียส (วัดด้วยเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิขนม) ใส่เพรทเซลขนาดเล็ก 3/4 ถ้วยตวง และถั่วลิสงคั่วเกลือ 1/3 ถ้วยตวง คนให้เข้ากัน เกลี่ยลงบนถาดอบที่ปูด้วยฟอยล์กันติด ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วตัดเป็นชิ้นๆ

10. เนื้ออบโรยงา ในหม้อขนาดเล็ก ตั้งไฟปานกลาง ผสมน้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง และน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ คนเป็นครั้งคราว จนกระทั่งน้ำตาลเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอำพัน ประมาณ 6-8 นาที ยกลงจากเตา ใส่เมล็ดงาคั่ว 1/4 ถ้วยตวง และเกลือเล็กน้อย จากนั้นใส่เบกกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา เกลี่ยให้เป็นชั้นบางๆ บนแผ่นรองอบที่ปูด้วยกระดาษไข รอให้เย็นแล้วหักเป็นชิ้นๆ

11. ถั่วในน้ำเชื่อมเมเปิ้ล ในหม้อขนาดกลาง ตั้งไฟกลางค่อนข้างแรง ผสมน้ำเชื่อมข้าวโพดชนิดใส 1/2 ถ้วย น้ำเชื่อมเมเปิ้ล 1/2 ถ้วย และเนย 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันจนเดือด จากนั้นยกลงจากเตา แล้วใส่ถั่วพีแคนสับ 1 ถ้วย วอลนัทสับ 1 ถ้วย และวานิลลา 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน

12. ชุดกาแฟและมะพร้าว ผสมมะพร้าวขูด 1/4 ถ้วย ช็อกโกแลตชิปสีขาว 1/4 ถ้วย เม็ดกาแฟเคลือบช็อกโกแลต 1/4 ถ้วย และเฮเซลนัทคั่ว 1/4 ถ้วยเข้าด้วยกัน

13. ชุดรวมผลไม้เมืองร้อน ผสมเม็ดมะม่วงหิมพานต์สับ แมคคาเดเมียสับ สับปะรดแห้ง และมะพร้าวขูด อย่างละ 1/4 ถ้วย

14. กล้วยอบแห้งใส่ถั่วลิสง ผสมลูกเกด 1/3 ถ้วย กล้วยอบแห้งหั่นชิ้น และถั่วลิสงอบน้ำผึ้ง อย่างละ 1/3 ถ้วย เข้ากับเกลือป่น 1/4 ช้อนชา

15. ถั่วพิสตาชิโอเคลือบน้ำตาลรสกุหลาบ ตีไข่ขาว 1 ฟองกับน้ำกุหลาบ 2 ช้อนชา และเกลือ 1/4 ช้อนชาจนขึ้นฟอง ใส่ถั่วพิสตาชิโออบ 1 1/2 ถ้วย น้ำตาล 1/2 ถ้วย และกลีบกุหลาบแห้งบด 1/3 ถ้วย คนให้เข้ากัน เกลี่ยลงบนถาดอบ อบที่อุณหภูมิ 120°C (250°F) เป็นเวลา 45 นาที คนทุกๆ 15 นาที จนแห้ง

16. ชิปแป้งพาย ทาแป้งพายที่เตรียมไว้ 1 แผ่นด้วยไข่ที่ตีแล้ว โรยด้วยน้ำตาลทรายแดงและอบเชย 1 ช้อนชา ใช้พิมพ์คุกกี้แบบมีร่องตัดเป็นแถบขนาด 2.5 x 1.3 เซนติเมตร นำเข้าอบบนถาดอบที่ปูด้วยกระดาษรองอบที่อุณหภูมิ 220 องศาเซลเซียส (220°C) จนเป็นสีเหลืองทอง ประมาณ 10-12 นาที

17. "พายแอปเปิ้ล" ในหม้อขนาดกลาง ตั้งไฟปานกลาง ใส่แอปเปิ้ลโกลเด้นเดลิเชียส 3 ลูก (ปอกเปลือกและหั่นเป็นลูกเต๋าขนาด 1 นิ้ว) น้ำแอปเปิ้ล 1/2 ถ้วย น้ำตาล 1/3 ถ้วย เนย 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนชา อบเชย 1/2 ช้อนชา และเกลือ 2 หยิบมือ เคี่ยวจนนุ่มและข้นเป็นน้ำเชื่อม ประมาณ 8-10 นาที

18. "พายบลูเบอร์รี่" ในหม้อตั้งไฟปานกลาง ใส่บลูเบอร์รี่ 2 ถ้วยตวง น้ำตาล 1/3 ถ้วยตวง และน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ เคี่ยวจนข้น ประมาณ 12-15 นาที

19. ซอสแบล็กเบอร์รีใส่พริกแอนโช ในหม้อขนาดกลาง ตั้งไฟปานกลาง ใส่แบล็กเบอร์รี 2 ถ้วยตวง น้ำตาล 1/4 ถ้วยตวง น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ และผงพริกแอนโช 1 1/2 ช้อนชา เคี่ยวไปเรื่อยๆ คนเป็นครั้งคราว จนข้นขึ้น ประมาณ 12-15 นาที

20. ซอสเสาวรส ในหม้อขนาดกลาง ตั้งไฟปานกลาง นำเนื้อเสาวรสแช่แข็งที่ละลายแล้วจากแพ็ค 14 ออนซ์ เนื้อและเมล็ดของเสาวรสสด 2 ลูก และน้ำตาล 1.25 ถ้วย มาเคี่ยวจนเดือดเบาๆ ผสมแป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน แล้วเทลงในส่วนผสมผลไม้ คนให้เข้ากันและเคี่ยวต่อจนข้นขึ้น ประมาณ 2 นาที ยกลงจากเตา แล้วใส่เนย 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน

21. คอมโพตพีชใส่ใบโหระพา ในหม้อตั้งไฟปานกลาง ใส่น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง น้ำ 1/4 ถ้วยตวง และใบโหระพาสด เคี่ยวจนน้ำตาลละลาย พักให้เย็น แล้วกรอง นำน้ำเชื่อมกลับใส่หม้อ แล้วใส่ลูกพีช 5 ลูก (ปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นหนา 1/2 นิ้ว) เคี่ยวต่ออีก 15 นาที จนลูกพีชสุกและเนื้อร่วน

22. คอมโพตสับปะรดรสเผ็ด

22. คอมโพตสับปะรดรสเผ็ด ในหม้อตั้งไฟปานกลาง ใส่สับปะรดสับ 2 ถ้วยตวง น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1/4 ช้อนชา อบเชย 1/4 ช้อนชา และลูกจันทน์เทศขูด 1/4 ช้อนชา เคี่ยวจนสับปะรดนิ่มและข้นเป็นน้ำเชื่อม ประมาณ 7-10 นาที

23. ซอสราสเบอร์รี่-วานิลลา

23. ซอสราสเบอร์รี่-วานิลลา ในหม้อตั้งไฟปานกลาง ใส่ราสเบอร์รี่ 340 กรัม น้ำตาล 1/2 ถ้วย น้ำ 1 ช้อนโต๊ะ และสารสกัดวานิลลา 1 ช้อนชา เคี่ยวประมาณ 15-20 นาที จนกระทั่งราสเบอร์รี่แตกตัวได้ง่ายและส่วนผสมข้นขึ้นเล็กน้อย กรองเอาแต่น้ำ

24. สตรอว์เบอร์รีกับกระวาน ผสมสตรอว์เบอร์รีหั่น 2 ถ้วยตวง น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ และผงกระวาน 1/4 ช้อนชา ทิ้งไว้จนสตรอว์เบอร์รีคายน้ำออกมา ประมาณ 30 นาที

25. ซอสเชอร์รี่ไวน์ ในหม้อตั้งไฟปานกลางค่อนข้างสูง ใส่เชอร์รี่จากขวดโหลขนาด 1 ควอร์ต (รวมทั้งน้ำด้วย) น้ำตาล 1/4 ถ้วย ไวน์แดงแห้ง 1/4 ถ้วย และเปลือกมะนาวขูด 2 เส้นใหญ่ เคี่ยวไปเรื่อยๆ พร้อมบดเชอร์รี่ไปด้วย ประมาณ 15-20 นาที จนกระทั่งน้ำระเหยไป 3/4

26. เชอร์รี่ในน้ำส้มบัลซามิก ผสมเชอร์รี่ผ่าครึ่งเอาเมล็ดออก 2 ถ้วยตวง น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชูบัลซามิกขาว 2 ช้อนโต๊ะ และพริกไทยป่นหยาบเล็กน้อย ทิ้งไว้จนน้ำเชอร์รี่ออกมาประมาณ 30 นาที

27. ลูกพลัมผัดขิง ผสมลูกพลัมสับ 450 กรัม น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และขิงขูด 1 ช้อนชา ทิ้งไว้จนลูกพลัมคายน้ำออกมาประมาณ 30 นาที

28. ลูกพรุนแช่บรั่นดี นำลูกพรุนไร้เมล็ด 2 ถ้วยตวง คอนญัก 2/3 ถ้วยตวง น้ำตาล 1/2 ถ้วยตวง และน้ำ 1/2 ถ้วยตวง ใส่ลงในหม้อ ตั้งไฟอ่อนๆ จนเดือดปุดๆ และเคี่ยวจนข้นเป็นน้ำเชื่อม ประมาณ 5-7 นาที

29. ซอสบัตเตอร์สก็อตช์ ในหม้อตั้งไฟปานกลาง ใส่เนย 110 กรัม และน้ำตาลทรายแดง 1 1/2 ถ้วย คนจนน้ำตาลละลาย ลดไฟลงเป็นไฟอ่อนปานกลาง ใส่ครีมข้น 1 ถ้วย คนจนข้นและมีสีเหลืองอำพัน ประมาณ 8-12 นาที ยกลงจากเตา แล้วใส่กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ ฝักสก็อตช์ (ถ้าต้องการ) และเกลือ 1/2 ช้อนชา คนให้เข้ากัน

30. ซอสรัมครีมร้อน ในหม้อตั้งไฟปานกลาง ใส่นมข้นหวาน 1 กระป๋อง (400 กรัม) ครีมข้น 1/4 ถ้วย และน้ำตาลทรายแดง 1 ถ้วย คนจนน้ำตาลละลาย ประมาณ 8 นาที ยกลงจากเตา แล้วใส่เนย 4 ช้อนโต๊ะ เหล้ารัมดำ 4 ช้อนโต๊ะ วานิลลา 1 ช้อนชา และเกลือเล็กน้อย คนให้เข้ากัน

31. ซอสคาราเมลเค็ม ในหม้อตั้งไฟปานกลาง ผสมน้ำตาล 1 ถ้วยตวงกับน้ำ 1/4 ถ้วยตวง เคี่ยวไฟอ่อนๆ คนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งน้ำตาลเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอำเข้ม ประมาณ 10-12 นาที ค่อยๆ คนผสมครีมหนัก 3/4 ถ้วยตวง เนย 2 ช้อนโต๊ะ และเกลือป่น 1 ช้อนชาลงไป

32. ซอสกาแฟคาราเมล ผสมน้ำร้อน 2 ช้อนโต๊ะกับกาแฟสำเร็จรูป 2 ช้อนชา เตรียมซอสคาราเมล (หมายเลข 31) โดยคนส่วนผสมกาแฟและครีมลงไป ไม่ต้องใส่เกลือ

33. ซอสคาราเมลใส่ถั่วอัลมอนด์และเหล้าเบอร์เบิน ทำซอสคาราเมล (หมายเลข 31): ยกลงจากเตาแล้วคนให้เข้ากันกับเหล้าเบอร์เบิน 1/4 ถ้วยตวง ไม่ต้องใส่เกลือ ปรุงต่ออีก 1 นาที แล้วคนให้เข้ากันกับอัลมอนด์รมควัน 3/4 ถ้วยตวง

34. ซอสคาราเมลใส่กะทิและมะนาว

34. ซอสคาราเมลใส่กะทิและมะนาว ทำซอสคาราเมล (หมายเลข 31) โดยใช้ครีมหนัก 1/4 ถ้วยตวง ผสมกับกะทิไม่หวาน 1/4 ถ้วยตวง (140 กรัม) คนให้เข้ากัน จากนั้นเติมน้ำมะนาว 1 ช้อนชา และเกลือเล็กน้อย

35. ครีมมะพร้าวตีฟู นำกะทิกระป๋องขนาด 140 กรัม (5 ออนซ์) สองกระป๋องไปแช่เย็นเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ตักกะทิออกมา โดยเก็บส่วนที่เป็นของเหลวไว้ในกระป๋อง นำไปตีด้วยเครื่องผสมอาหารด้วยความเร็วปานกลางเป็นเวลา 1 นาทีจนเนียนเป็นครีม เติมน้ำตาลไอซิ่ง 1/2 ถ้วย แล้วตีด้วยความเร็วปานกลางค่อนข้างสูงจนขึ้นฟองเป็นยอดปานกลาง

36. วิปครีมผสมมะนาว ตีนมข้นจืด 1 กระป๋อง (400 กรัม) กับน้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ และเปลือกมะนาวขูด 2 ลูก ตีครีมหนักเย็น 1 ถ้วยตวงกับน้ำตาลไอซิ่ง 1/4 ถ้วยตวงจนขึ้นฟองปานกลาง ใส่ส่วนผสมนมข้นจืดลงไปแล้วตีให้เข้ากัน ใส่หัวหอมสับ 3 หัวลงไปคนให้เข้ากัน แครกเกอร์เกรแฮม.

37. วิปครีมราดน้ำเชื่อมเมเปิ้ล ตีครีมหนักเย็น 1 ถ้วยตวง น้ำตาลไอซิ่ง 3 ช้อนโต๊ะ และน้ำเชื่อมเมเปิ้ล 3 ช้อนโต๊ะ จนขึ้นฟูเป็นยอดปานกลาง ใส่สารสกัดเมเปิ้ลและวานิลลาอย่างละ 1 ช้อนชา แล้วตีให้เข้ากัน โรยหน้าด้วยวอลนัทเคลือบน้ำตาลสับ

38. วิปครีมผสมกากน้ำตาล ตีครีมข้นเย็น 1 ถ้วยตวงกับน้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วยตวงจนขึ้นฟองนุ่ม จากนั้นเติมน้ำเชื่อมโมลาส 2 ช้อนโต๊ะและวานิลา 1/2 ช้อนชา แล้วตีต่อจนขึ้นฟองขนาดกลาง

39. วิปครีมรสสโมร์ส นำมาร์ชเมลโลว์ขนาดเล็ก 2 ถ้วยตวง วางบนถาดอบที่ปูด้วยฟอยล์ แล้วอบในเตาอบด้วยไฟแรงประมาณ 30-60 วินาที จนเป็นสีเหลืองทอง พักให้เย็นลงเล็กน้อย ตีครีมหนักเย็น 1 ถ้วยตวง กับมาร์ชเมลโลว์และน้ำตาลไอซิ่ง 2 ช้อนโต๊ะ จนขึ้นฟูเป็นยอดปานกลาง โรยด้วยช็อกโกแลตนมสับและแครกเกอร์เกรแฮมบด

40. วิปครีมราดช็อกโกแลตร้อนแบบเม็กซิกัน ผสมผงโกโก้หวาน 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำเดือด 2 ช้อนโต๊ะ คนจนผงโกโก้ละลายหมด แล้วพักให้เย็น นำครีมหนักเย็น 1 ถ้วยตวง ผสมกับส่วนผสมโกโก้ โรยด้วยอบเชย 1/4 ช้อนชา พริกป่นเล็กน้อย และสารสกัดอัลมอนด์สองสามหยด ตีจนขึ้นฟูเป็นยอดปานกลาง

41. วิปครีมกับคุกกี้ ตีครีมหนักเย็น 1 ถ้วยตวง กับคุกกี้แซนด์วิชช็อกโกแลตบด 5 ชิ้น และน้ำตาลไอซิ่ง 2 ช้อนโต๊ะ จนขึ้นฟูเป็นยอดปานกลาง โรยหน้าด้วยคุกกี้บดเพิ่มเติม

42. วิปครีม "ทีรามิสุ" ตีครีมหนักเย็น 1 ถ้วย, น้ำตาลไอซิ่ง 1/2 ถ้วย, มาสคาโปเน 1/2 ถ้วย, ไวน์มาร์ซาลา 1 ช้อนโต๊ะ, กาแฟสำเร็จรูป 1 ช้อนชา, สารสกัดวานิลลา 1 ช้อนชา และสารสกัดกาแฟ 1 ช้อนชา จนขึ้นฟองปานกลาง ใส่เมล็ดกาแฟเคลือบช็อกโกแลตสับ 1/4 ถ้วยลงไปผสม และโรยด้วยผงโกโก้

43. วิปครีมราสเบอร์รี่

43. วิปครีมราสเบอร์รี่ ในเครื่องปั่นอาหาร ปั่นราสเบอร์รี่อบแห้ง 1/2 ถ้วยตวงกับน้ำตาลไอซิ่ง 1/4 ถ้วยตวงให้ละเอียด จากนั้นตีครีมสดเย็น 1 ถ้วยตวงกับส่วนผสมราสเบอร์รี่จนขึ้นฟูเป็นยอดปานกลาง

44. ข้าวเกรียบ ในหม้อ ใส่น้ำเชื่อมข้าวโพดชนิดใส 3 ช้อนโต๊ะ และน้ำตาลทรายแดงชนิดใส 1/2 ถ้วยตวง ตั้งไฟให้เดือด ค่อยๆ คนเนยเย็น 4 ช้อนโต๊ะ (หั่นเป็นชิ้นๆ) ลงไป ยกลงจากเตา แล้วคนผงฟู 1/2 ช้อนชา และอบเชย 1/4 ช้อนชาลงไป ราดส่วนผสมนี้ลงบนซีเรียลข้าว 2 ถ้วยตวง คลุกเคล้าให้เข้ากัน เกลี่ยลงบนถาดอบที่ปูด้วยกระดาษรองอบ แล้วอบประมาณ 10-12 นาที ที่อุณหภูมิ 350°F (180°C) จนกรอบ ปล่อยให้เย็น แล้วหักเป็นชิ้นๆ

45. ร็อคกี้โร้ด กริลล์เอจ ทำบราวนี่ช็อกโกแลต (หมายเลข 44) โดยใช้ซีเรียลข้าวช็อกโกแลต ก่อนอบ ให้ใส่ถั่วอัลมอนด์คั่วสับ 1/2 ถ้วยลงไปคนให้เข้ากัน ขณะที่บราวนี่ยังอุ่นอยู่ ให้โรยหน้าด้วยมาร์ชเมลโลว์ขนาดเล็ก 1 1/2 ถ้วย

46. ​​ฮัลวาผสมโกโก้และงา ผสมฮัลวาบด 1 ถ้วยตวง โกโก้นิบส์ 3 ช้อนโต๊ะ และเกล็ดน้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ เข้ากับงาคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ

47. ชิปมะพร้าวกับสตรอว์เบอร์รี ผสมเนื้อมะพร้าวอบแห้งไม่หวาน 1 ถ้วยตวง น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันพืชอย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ เกลี่ยลงบนถาดอบที่ปูด้วยกระดาษรองอบ แล้วอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 12-15 นาที จนเป็นสีเหลืองทอง คลุกเคล้าส่วนผสมที่ยังอุ่นอยู่กับสตรอว์เบอร์รีอบแห้งบด 2 ช้อนโต๊ะ

48. โคนวาฟเฟิล

48. โคนวาฟเฟิล นำโคนวาฟเฟิล 8 ชิ้นที่หักเป็นชิ้นใหญ่ๆ มาผสมกับเนยละลาย น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ และผงช็อกโกแลตมอลต์ 1 ช้อนโต๊ะ เกลี่ยลงบนถาดอบแล้วนำเข้าอบประมาณ 10-15 นาทีที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส คนทุกๆ 5 นาที จนกระทั่งแห้ง

49. "บราวนี่"

49. "บราวนี่" ในเครื่องปั่นอาหาร ปั่นแป้งอัลมอนด์ 1 ถ้วยตวง น้ำตาลทรายแดง 1/2 ถ้วยตวง เนย 4 ช้อนโต๊ะ ผงโกโก้และน้ำเชื่อมช็อกโกแลตอย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ และนม 1 ช้อนโต๊ะ จนเนียนเป็นครีม เกลี่ยให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 6x9 นิ้ว บนถาดอบที่ปูด้วยฟอยล์ โรยด้วยช็อกโกแลตชิปขนาดเล็ก แช่แข็งประมาณ 1 ชั่วโมงจนแข็งตัว ตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ

50. คุกกี้ช็อกโกแลตชิป ตีเนยที่อ่อนตัวแล้ว 4 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายละเอียด 1/2 ถ้วย น้ำตาลทรายแดงเข้ม 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันพืช อย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ ด้วยเครื่องผสมอาหารความเร็วปานกลางถึงสูง จนเนียนเป็นครีม ประมาณ 2-4 นาที เติมน้ำ 1/2 ช้อนชา และวานิลา 1/2 ช้อนชา แล้วตีจนเนียน ใส่ไข่ไก่ 1 ฟอง ตีให้เข้ากัน ใส่แป้ง 3/4 ถ้วย เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา และเกลือ 1/4 ช้อนชา แล้วตีด้วยความเร็วต่ำ ใส่ช็อกโกแลตชิป 3/4 ถ้วย คนให้เข้ากัน เกลี่ยส่วนผสมให้เป็นชั้นหนาประมาณ 1/4 นิ้ว บนถาดอบที่ทาเนยไว้ อบที่อุณหภูมิ 350°F (180°C) จนเป็นสีเหลืองทอง ประมาณ 20-25 นาที พักให้เย็น แล้วหักเป็นชิ้นเล็กๆ






หมวดหมู่:

รวมสูตรอาหาร




สูตรอาหารที่คล้ายกัน




เราขอแนะนำให้คุณอ่าน

หน่วยวัดน้ำหนักอาหาร